พรีเมียร์ลีกพรีวิว เบิร์นลีย์ vs แมนฯซิตี้

พรีเมียร์ลีกพรีวิว เบิร์นลีย์ vs แมนฯซิตี้

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว เบิร์นลีย์ เปิดบ้านต้อนรับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม เทิร์ฟ มัวร์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 เวลา 20:05 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

26/01/19 แมนฯซิตี้ 5-0 เบิร์นลีย์ เอฟเอ คัพ

20/10/18 แมนฯซิตี้ 5-0 เบิร์นลีย์ พรีเมียร์ลีก

03/02/18 เบิร์นลีย์ 1-1 แมนฯซิตี้ พรีเมียร์ลีก

06/01/18 แมนฯซิตี้ 4-1 เบิร์นลีย์ เอฟเอ คัพ

21/10/17 แมนฯซิตี้ 3-0 เบิร์นลีย์ พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว เบิร์นลีย์ vs แมนฯซิตี้

เบิร์นลีย์

   เ จ้ า ถิ่ น เ บิ ร์ น ลี ย์ ผ ล ง า น ใ น ลี ก 5 เ ก ม ห ลั ง สุ ด พ ว ก เ ข า ทำ ไ ด้ ค่ อ น ข้ า ง ดี ที เ ดี ย ว โ ด ย ส า ม า ร ถ เ ก็ บ ชั ย ม า ไ ด้ ถึ ง 3 นั ด ล่ า สุ ด เ พิ่ ง จ ะ เ ส ม อ กั บ เ ช ล ซี 2-2

   สภาพทีมของกุนซือฌอน ไดช์ไร้ปัญหาตัวเจ็บเพิ่มเติม โดยทั้ง อารอน เลนนอน, ปีเตอร์ เคราช์ และ สตีเวน เดฟูร์ ที่ได้รับบาดเจ็บจะหมดสิทธิลงสนามในเกมนี้อย่างแน่นอน

   ในขณะที่ในรายของ ฟิล บาร์ดส์ลี่ย์ ที่มีอาการบาดเจ็บที่ขาซึ่งทำให้เขาต้องพักตลอดทั้ง 3 นัดที่ผ่านมาก็ต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้งว่าจะสามารถลงสนามได้หรือไม่

   คาดว่าเกมนี้จะนำทีมมาโดย ทอม ฮีตัน, เจมส์ ทาร์คอฟสกี และ แอชลีย์ บาร์นส์ ดาวซัลโวประจำทีม ที่ทำไปแล้ว 11 ประตูในลีกฤดูกาลนี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : ทอม ฮีตัน, แม็ทธิว โลว์ตัน, เจมส์ ทาร์คอฟสกี, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์, เจฟฟ์ เฮนดริค, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, แจ็ค คอร์ก, ดไวท์ แม็คนีล, แอชลี่ย์ บาร์นส์, คริส วู้ด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังอยู่บนเส้นทางการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ ลิเวอร์พูล โดยผลงานของพวกเขาที่ผ่านมานั้นถือว่ายอดเยี่ยมมาก เพราะในเกมลีกชนะมาติดต่อกันเป็นนัดที่ 11 แล้ว เกมนี้ เรือใบ ต้องการ 3 แต้มเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ให้ได้ เพราะการพลาดเพียงนัดเดียวก็อาจจะทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้

   ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมที่พวกเขาเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 1-0 นอกจากนี้ยังต้องรอเช็คความฟิตของ เฟร์นันดินโญ กองกลางคนสำคัญของทีมว่าจะสามารถลงสนามได้หรือไม่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เอแดร์สัน, ไคล์ วอลเกอร์, แว็งซองต์ กอมปานี, อายเมอริค ลาปอร์ต, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, เบร์นาร์โด ซิลวา, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร, ลีรอย ซาเน

 

  

 

 

 

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1 ยึดที่ 4 เหนียวแน่น

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1 ยึดที่ 4 เหนียวแน่น

   คมกว่ามีด ปืนใหญ่ อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มโหด หลังจากเปิดบ้านไล่ถล่ม บอร์นมัธ ไป 5-1 ซึ่งงานนี้จัดกันมาไม่ซ้ำหน้าเลยทีเดียว ไล่มาตั้งแต่ เมซุต โอซิล, เฮนริคห์ มคิทาร์ยาน, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองดฺ์ ลากาแซตต์ ซัดกันคนละประตูพา ปืน เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ยึดที่ 4 ของตารางต่อไป

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านต้อนรับ บอร์นมัธ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562

   เกมเริ่มได้เพียงนาทีที่ 4 อาร์เซนอล ก็ได้ประตูขึ้นนำไปอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ โคลาซินัช แทงบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ โอซิล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแปด้วยซ้าย บอลพุ่งติดปลายมือ โบรุค ปลิ้นเข้าประตูไป อาร์เซนอล ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตู บอร์นมัธ พยายามทำเกมบุกเพื่อหวังจะเอาประตูคืน และเกือบทำได้สำเร็จในนาทีที่ 19 เมื่อ คิง ให้บอล เฟรเซอร์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะแปด้วยซ้ายไปติดเซฟ เลโน่ กระดอนออกมาเข้าทาง กอสลิง ซ้ำดาบสองแต่ยังไปติดบล็อก

   จากนั้นนาทีที่ 27 มคิทาร์ยาน ฉกบอลได้ก่อนจะลากเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษแล้วให้ไปที่ โอซิล ทางฝั่งขวา ก่อนจะไหลต่อกลับให้ มคิทาร์ยาน วิ่งมาซัดง่ายๆเป็นประตู อาร์เซนอล นำห่าง 2-0

   แต่ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที บอร์นมัธ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 2-1 จากจังหวะที่ เลโน่ ให้บอลทางริมกรอบเขตโทษกับ เกนดูซี่ แต่ดันไม่ระวังเลยโดน กอสลิ่ง ฉกเอาบอลไปได้ก่อนจะให้มาที่ มูสเซ็ต แปเข้าไปนิ่มๆ จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำ บอร์นมัธ อยู่ 2-1

   เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 47 อาร์เซนอล ได้ประตูขึ้นนำห่าง 3-1 เมื่อ คิทาร์ยาน ได้บอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งขวาแล้วตบกลับเข้ากลางให้ กอสเซียลนี่ ซัดหน้าปากประตู บอลแฉลบเข้าไปอย่างสวยงาม

   ถัดมานาทีที่ 59 ประตูที่ 4 ของ อาร์เซนอล ก็ตามมาติดๆ จากจังหวะที่ มคิทาร์ยาน ลากบอลจากกลางสนามก่อนจะแทงให้ โอบาเมย็อง หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแตะหลบ โบรุค ก่อนจะยิงด้วยขวาเข้าไปเป็นประตู 4-1

   และในนาทีที่ 78 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลงจากฟรีคิกหน้าหัวกระโหลกเยื้องมาทางฝั่งซ้ายเล็กน้อย ลากาแซตต์ ปั่นด้วยขวา บอลข้ามกำแพงมดเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อาร์เซนอล นำห่าง 5-1

   จบเกม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเอาชนะ บอร์นมัธ ไป 5-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ยึดที่ 4 ของตารางอย่างเหนียวแน่น

 

 

 

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0 ทวงคืนจ่าฝูง

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0 ทวงคืนจ่าฝูง

   ครึ่งโหล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ยำใหญ่ใส่ สิงห์ไฮโซ เชลซี 6-0 ซึ่เกมนี้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังสามารถทำแฮททริคช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มสำคัญทวงคืนจ่าฝูงจาก หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยมีแต้มเท่ากันแต่ลูกได้เสียดีกว่า ส่วน เชลซี หล่นมาอยู่ที่ 6

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ สิงห์ไฮโซ เชลซี ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562

   แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงฟอร์มกำลังร้อนแรง 7 นัดหลังสุดในลีกพวกเขาเอาชนะคู่แข่งไปถึง 6 เกม ล่าสุดเพิ่งบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ส่วน เชลซี ฟอร์มช่วงหลังลุ่มๆดอนๆ 3 นัดหลังสุดในลีกแพ้ไปถึง 2 เกมและชนะเพียงเกมเดียวเท่านั้น

   เริ่มเกม ซิตี้ บุกจากซ้ายไปขวา และได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 4 จากฟรีคิก เดอ บรอยน์ เล่นเร็วโดยการจ่ายเข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้ว แบร์นาร์โด้ วิ่งมาเอาบอลก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้ สเตอร์ลิ่ง วิ่งมายิงด้วยขวาเป็นประตู เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   นาทีที่ 13 เรือมาได้ประตูขึ้นนำ 2-0 เมื่อ ซินเชนโก้ ลากบอลจากซ้ายตัดเข้ากลางแล้วให้ไปที่ อเกวโร่ จับบอลแล้วแต่งก่อนจะซัดด้วยขวา บอลโค้งแฉลบปลายมือ เกป้า เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย

   พอได้ประตูที่สอง ซิตี้ ก็ได้ใจใหญ่ มาบวกประตูที่ 3 เพิ่มได้ในอีก 6 นาทีถัดมา จากจังหวะบอลโยนจากซ้ายเข้ากลางแล้ว ลุยซ์ สกัดออกมาแล้ว บาร์คลี่ย์ โหม่งกลับไปหน้าประตูกลายเป็นตั้งให้ อเกวโร่ จัดการวอลเลย์ด้วยซ้ายอย่างสวย เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0

   เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 25 ประตูที่ 4 ของ ซิตี้ ก็ตามมาติดๆ เมื่อ สเตอร์ลิ่ง ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ อเกวโร่ แต่ รูดิเกอร์ มาปั๊มทำให้บอลกระดอนมาแถวหัวกระโหลก กุนโดกัน จัดการซัดด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาสองเข้าไปเป็นประตู 4-0

   จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดชุดใหญ่ใส่ เชลซี แบบไม่ไว้หน้า 4-0

   ครึ่งหลังเกมของทางฝั่งทีมเยือนยังไม่มีอะไรดีขึ้นนัก และสุดท้ายก็ต้องมาเสียประตูที่ 5 ให้กับ เรือใบสีฟ้า จนได้ในนาทีที่ 56 เป็น สเตอร์ลิ่ง กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน อัซปิลิกวยต้า เตะร่วงลงไป กรรมการจึงเป๋าให้เป็นจุดโทษของเจ้าถิ่นทันทีแล้วก็เป็น อเกวโร่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 5-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ซิตี้ มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ ซิลบา จ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ชินเชนโก้ ไหลต่อไปหน้าประตูที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาเป็นประตู 6-0

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เชลซี ไป 6-0

 

 

 

แมกไกวร์ โชว์ยิงไกลพา จิ้งจอก แซงชนะนักบุญช่วงทดเจ็บ 2-1

 แมกไกวร์ ยิงไกล

   เกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 3 ที่สนาม เซนต์ แมรี่ นักบุญ เซาแธมป์ตัน โปรแกรมบอล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้เกือบจบเกมด้วยการแบ่งแต้มสนไปคนละแต้มอยู่แล้วแต่ในช่วงทดเจ็บ แฮร์รี่ แมกไกวร์ ส่องไกลพาทีมเยือนมาคว้าชัยไปด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้ จิ้งจอก ออกสตาร์ท 3 นัดแรกเก็บไปแล้ว 6 คะแนน 

   เริ่มครึ่งแรกเกมยังไม่ค่อยมีอะไรหวือหวาให้ได้ลุ้นกันซักเท่าไหร่ เพราะต่างฝ่ายต่างก็หาจังหวะจบสกอร์กันค่อนข้างยาก เกมผ่านไปจนกระทั่งถึงช่วงกลางเกมของครึ่งแรก นาทีที่ 20 เป็นเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะเตะมุมบอลกลับมาอยู่ที่ เอลยูนุสซี่ ลากบอลตัดเข้ากรอบเขตโทษแล้วIซัดไปที่เสาแรก แต่ ชไมเคิล เซฟไว้ได้ทันก่อน

   นาทีที่ 28 ยังคงเป็น นักบุญ ที่ได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากจังหวะเตะมุมอีกครั้ง โดย เอลยูนุสซี่ โยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ เวสเตอร์การ์ด โหม่งแต่บอลกระดอนออกหลังไป  

   นาทีที่ 38 เป็นจิ้งจอกที่ได้โอกาสลุ้นประตูกับเขาบ้างหลังจากโดนเจ้าบ้านกดใส่อยู่นานจากจังหวะโต้กลับ บอลไปอยู่ที่ เกรย์ ทางฝั่งซ้าย ลากตัดเข้าในมาตรงเขตโทษ แต่ไม่มีจังหวะเลยจ่ายวนไปมาจนบอลมาอยู่กับ ชิลเวลล์ ได้เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา เกรย์ พยายามที่จะชาร์จแต่บอลแฉลบออกหลังไป

   นาทีถัดมา เซาแธมป์ตัน เกือบจะได้จบสกอร์แบบจ่อๆ เป็น เรดมอนด์ ลากบอลหลบไปทางซ้ายก่อนจะเปิดบอลเข้าใน แล้วโดนสกัดไว้ได้ บอลเด้งกำลังจะเข้าไปทาง อิงส์วอลเล่ย์ ดีที่ แมกไกวร์โหม่งสกัดทิ้งได้ก่อน

   ช่วงทดเจ็บก่อนหมดครึ่งแรก นักบุญ ได้โอกาสงามๆอีกครั้ง จาก เรดมอนด์ ที่จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อิงส์ พลิกตัวซัดจังหวะแรก แต่ชไมเคิ่ลยังปัดทิ้งไว้ได้ จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตัน เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 0-0

แมกไกวร์ ฮีโร่ตัวจริงพาจิ้งจอกเก็บ 3 แต้มเต็ม

   เริ่มครึ่งหลังเจ้าถิ่นเริ่มเกมมาดี ได้ลุ้นประตูก่อน เมื่อ เรดมอนด์ แทงบอลให้ อิงส์ ในกรอบเขตโทษโฉบมาพยายามจะดีด แต่ยังไม่ผ่านชไมเคิลอยู่ดี จนกระทั่งนาทีที่ 52 ในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ  จากจังหวะที่ ฮอยเบิร์ก พยายามเปิดเรียดเข้ากลางแล้วบอลหลุดมาถึง เบอร์ทรานด์ วิ่งมาชัดเต็มข้อบอลพุ่งเข้าตาข่ายส่งให้ เซาแธมป์ตันออกนำเลสเตอร์ไปก่อน 1-0

   แต่จิ้งจอกก็ไม่ได้ปล่อยให้ นักบุญ ออกนำนานเกินไป  เมื่อถัดมาเพียงแค่ 4 นาที ในนาทีที่ 56 ก็สามารถไล่ตามเอาประตูคืนจากเจ้าบ้านได้สำเร็จ เมื่อ เปเรย์ร่า ตักบอลจากทางฝั่งขวาข้ามมาอีกฝั่งแต่หลังเซาแธมป์ตันสกัดบอลไม่ขาด เกรย์ ตามมาเก็บบอลไว้ได้ก่อนจะกดจ่อๆเข้าประตูไป เลสเตอร์ไล่มา 1-1

   ต่อมานาทีที่ 77 นักบุญต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน จากจังหวะที่ ฮอยเบิร์ก แกล้งทิ้งตัวล้มลงในกรอบเขตโทษ  กรรมการเลยควักใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามทันที หลังจากนั้น เลสเตอร์ พยายามอาศัยความได้เปรียบจากตัวผู้เล่นที่มีมากกว่าเพื่อที่จะบุกเอาประตูชัยให้ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล

   จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 จาก แมกไกวร์ ลากตัดเข้ากลางแล้วซัดเรียดๆเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์แซงนำในช่วงทดเจ็บ 2-1 สุดท้ายจบเกม จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บ 3 แต้ม ในบ้านเซาแธมป์ตัน ได้สำเร็จ โดยได้ประตูแซงนำในช่วงทดเจ็บ 2-1 ออกสตาร์ทกดูกาลใหม่ด้วยการแข่ง 3 นัด เก็บมาได้ 6 แต้ม