ผิดคาด บาเยิร์น รัวไม่ยั้งชนะขาด ดอร์ทมุนด์ 5-0 แซงขึ้นจ่าฝูงเรียบร้อย

ผิดคาด บาเยิร์น รัวไม่ยั้งชนะขาด ดอร์ทมุนด์ 5-0 แซงขึ้นจ่าฝูงเรียบร้อย

   ผิดคาด สุดๆ สำหรับบิ๊กแมทต์ระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ ดอร์ทมุนด์ ที่หลายคนคาดว่าเกมคงออกมาสูสีเป็นแน่แท้ แต่พอเอาเข้าจริง บาเยิร์น กลับเป็นฝ่ายถล่มใส่ ดอร์ทมุนด์ ไปแบบไม่ไว้หน้า 5-0 พร้อมกับถีบส่ง เสือเหลือง ผงาดขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงแทนที่เรียบร้อยโรงเรียนพี่เสือ

ผิดคาด บาเยิร์น รัวไม่ยั้งชนะขาด ดอร์ทมุนด์ 5-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม อลิอันซ์ อารีน่า ในวันที่ 6 เมษายน 2562 สำหรับนัดแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันในฤดูกาลนี้เป็น ดอร์ทมุนด์ ที่เฉือนเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไป 3-2

   ช่วงต้นเกมทั้งสองทีมทำได้ค่อนข้างสูสีมีจังหวะให้ได้ส่องบ้างแต่ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู จนกระทั่งนาทีที่ 10 เป็น บาเยิร์น ที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายของ ติอาโก้ แล้วเป็น ฮุมเมิลส์ โขกบอลเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำ 1-0

   ถัดมานาทีที่ 17 เสือใต้ มาได้ประตูที่สองจากความผิดพลาดของ ดอร์ทมุนด์ เองเมื่อ ซากาดู จ่ายบอลพลาดเลยโดน เลวานดอฟสกี้ ตัดบอลได้ก่อนจะกระดกบอลผ่าน เบอร์กี้ แล้วยิงเข้าไปเป็นประตูให้ บาเยิร์น นำห่าง 2-0

   หลังจากนั้นเสือใต้ยิ่งเล่นยิ่งดีมีจังหวะได้ลุ้นอีกหลายครั้ง นาทีที่ 38 เสือใต้ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่โคมันได้บอลแล้ว ให้ไปที่อลาบาคืนกลับมาให้โคมัน สุดท้ายเป็นเลวานดอฟสกี้ได้โหม่งแต่เบอร์กี้ยังเซฟเอาไว้ได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 ประตูที่ 3 ของ เสือใต้ ก็มาจนได้ จากฟรีคิกระยะไกลที่เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ มุลเลอร์ ยิงจังหวะแรกไปติดเซฟ เจ้าตัวยังพยายมโหม่งบอลไปให้ เลวานดอฟสกี้ ได้ยิงอีกครั้งก็ยังไปติดบล็อคกระดอนมาหน้าเขตโทษ สุดท้ายเป็น มาร์ติเนซ วิ่งมาซัดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เสือใต้ นำห่าง 3-0

   เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจพี่เสือเมื่อถัดมาอีกเพียงแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นก็มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ เลวานดอฟสกี้ ให้บอลออกขวาไปที่ มุลเลอร์ เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ กนาบรี้ โหม่งเข้าไปเป็นประตูที่ 4 จบครึ่งแรก บาเยิร์น จัดไปเบาๆก่อน 4-0

   ครึ่งหลังยังคงเป็น เสือใต้ ที่ครองเกมเอาไว้ได้เหนือกว่าแทบจะไม่เปิดโอกาสให้ เสือเหลือง ได้ลืมตาอ้าปากเลยด้วยซ้ำ นาทีที่ 65 นานๆที ดอร์ทมุนด์ จะได้ลุ้นซักครั้ง จังหวะนี้เป็น พิสซ์เช็ค ได้บอลทางขวาก่อนจะหาจังหวะเปิดบอลเข้าเขตโทษให้ เกิทเซ่ ได้ยิงแต่ก็ยังไปติดบล็อคอยู่ดี

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 บาเยิร์น มาได้ประตูปิดกล่องตอกย้ำชัยชนะจากจังหวะที่ คิมมิช ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะไหลไปให้ กนาบรี้ ส่งต่อไปหน้าเขตโทษให้ เลวานดอฟกี้ ชาร์จเข้าไปเป็นประตู 5-0

   จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านถล่ม โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ไปแบบถล่มทลาย 5-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม แซงขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว

 

VAR ช่วยเซฟ มาดริด 10 ตัวแซงชนะ บาญาโดลิด 4-1

VAR ช่วยเซฟ มาดริด 10 ตัวแซงชนะ บาญาโดลิด 4-1

   VAR ช่วยเซฟ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ได้ VAR ริบประตูเจ้าถิ่นคืนถึงสองครั้งสองครา แถมยังรอดพ้นจากจุดโทษอีกต่างหาก แม้จะโดนเจ้าถิ่นนำไปก่อน 1-0 แต่กลับมายิงคืนได้ 4 ประตูรวด จาก ราฟาเอล วาราน, คาริม เบนเซม่า เหมาไป 2 ประตู และอีกหนึ่งประตูจาก ลูก้า โมดริช แซงเอาชนะ บาญาโดลิด ไป 4-1

   แม้ช่วงท้ายเกมจะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนก็ตาม ซึ่งชัยชนะจากเกมนี้ทำให้ มาดริด เก็บเพิ่ม 3 แต้มรั้งที่สามบนตารางตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 12 คะแนน

VAR ช่วยเซฟ มาดริด 10 ตัวแซงชนะ บาญาโดลิด 4-1

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา เรอัล บาญาโดลิด เปิดบ้านต้อนรับหารมาเยือนจาก ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่สนาม โฆเซ่ ซอร์ริญ่า ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 ดูบอลสด 

   เจ้าถิ่นฟอร์มช่วงหลังค่อนข้างแย่เพราะ 11 นัดหลังสุดพวกเขาเอาชนะคู่แข่งไปได้แค่เกมเดียว ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอย่างมาก ส่วน มาดริด อาการก็สาหัสไม่ต่างกันโดย 3 นัดที่ผ่านมาแพ้คาบ้านมาสามรายการติด ซึ่งทำให้ร่วงบอลถ้วยทั้งหมดและแทบจะหมดลุ้นแชมป์ลีกแล้ว

   สำหรับหารเจอกัน 8 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ราชัน เป็นฝ่ายที่เก็บชัยมาได้ถึง 7 นัด และเสมอไปอีก 1 นัด

   เริ่มเกมนาทีที่ 12 บายาโดลิดได้จุดโทษ จากจังหวะที่โอดริโอโซล่าไปรั้งปลาโน่ล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของบายาโดลิดทันที แล้วเป็นอัลคาราซที่รับหน้าที่สังหารแต่พลาด บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   สุดท้ายความพยายามของเจ้าถิ่นก็มาประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 29 เกโก้ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาไปให้ กวาร์ดิโอล่า แถวเสาสองแล้วปาดเข้ากลางไปที่ อานูอาร์ ยิงเข้าไปเป็นประตู บายาโดลิด นำก่อน 1-0

   แต่หลังจากนั้นไม่นาน มาดริด ก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วในนาทีที่ 34 จากเตะมุมทางฝั่งขวา โครส เปิดเข้ากลาง คาเซมิโร่ โหม่งบอลลงพื้นกระดอนมาหน้าปากประตูแล้ว มาซิป พยายามจะชกแต่โดน นาโช่ โหม่งบอลได้ไปเข้าทาง วาราน ซัดจะเป็นประตู มาดริด ตามตีเสมอ 1-1

   ครึ่งหลัง มาดริด มาได้ประตูแซงขึ้นนำเป็น 2-1 จากจุดโทษแล้วก็เป็น เบนเซม่า ที่รับหน้าที่สังหารบอลเข้าประตูไปไม่พลาดในนาทีที่ 51

   ต่อด้วยนาทีที่ 59 มาดริด มาได้เพิ่มอีก 1 ประตูจากเตะมุมทางฝั่งซ้าย โครส เปิดบอลเข้ากลางให้ เบนเซม่า โขกบอลลงพื้นเข้าประตูไปอย่างสวยงาม มาดริด นำ 3-1

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ราชัน ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเมื่อ คาเซมิโร่ โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

   แต่แม้ผู้เล่นจะน้อยกว่า เรอัลมาดริด ก็ยังคงยอดเยี่ยมเสมอเมื่อมาได้ประตูนำห่างเป็น 4-1 ในนาทีที่ 85 โมดริช เล่นบอลกับ เบนเซม่า ก่อนที่จะเป็น โมดริช ที่ได้บอลก่อนจะลากที่เข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วหาจังหวะยิงด้วยขวาเป็นประตู จบเกม เรอัล มาดริด บุกมาเอาชนะ เรอัล บายาโดลิด ไป 4-1

 

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1 ยึดที่ 4 เหนียวแน่น

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1 ยึดที่ 4 เหนียวแน่น

   คมกว่ามีด ปืนใหญ่ อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มโหด หลังจากเปิดบ้านไล่ถล่ม บอร์นมัธ ไป 5-1 ซึ่งงานนี้จัดกันมาไม่ซ้ำหน้าเลยทีเดียว ไล่มาตั้งแต่ เมซุต โอซิล, เฮนริคห์ มคิทาร์ยาน, โลร็องต์ กอสเซียลนี่, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองดฺ์ ลากาแซตต์ ซัดกันคนละประตูพา ปืน เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ยึดที่ 4 ของตารางต่อไป

คมกว่ามีด อาร์เซนอล เรียงหน้ายิง บอร์นมัธ 5-1

   ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านต้อนรับ บอร์นมัธ ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562

   เกมเริ่มได้เพียงนาทีที่ 4 อาร์เซนอล ก็ได้ประตูขึ้นนำไปอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ โคลาซินัช แทงบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ โอซิล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแปด้วยซ้าย บอลพุ่งติดปลายมือ โบรุค ปลิ้นเข้าประตูไป อาร์เซนอล ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตู บอร์นมัธ พยายามทำเกมบุกเพื่อหวังจะเอาประตูคืน และเกือบทำได้สำเร็จในนาทีที่ 19 เมื่อ คิง ให้บอล เฟรเซอร์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะแปด้วยซ้ายไปติดเซฟ เลโน่ กระดอนออกมาเข้าทาง กอสลิง ซ้ำดาบสองแต่ยังไปติดบล็อก

   จากนั้นนาทีที่ 27 มคิทาร์ยาน ฉกบอลได้ก่อนจะลากเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษแล้วให้ไปที่ โอซิล ทางฝั่งขวา ก่อนจะไหลต่อกลับให้ มคิทาร์ยาน วิ่งมาซัดง่ายๆเป็นประตู อาร์เซนอล นำห่าง 2-0

   แต่ถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที บอร์นมัธ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่ตามมาเป็น 2-1 จากจังหวะที่ เลโน่ ให้บอลทางริมกรอบเขตโทษกับ เกนดูซี่ แต่ดันไม่ระวังเลยโดน กอสลิ่ง ฉกเอาบอลไปได้ก่อนจะให้มาที่ มูสเซ็ต แปเข้าไปนิ่มๆ จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำ บอร์นมัธ อยู่ 2-1

   เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 47 อาร์เซนอล ได้ประตูขึ้นนำห่าง 3-1 เมื่อ คิทาร์ยาน ได้บอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งขวาแล้วตบกลับเข้ากลางให้ กอสเซียลนี่ ซัดหน้าปากประตู บอลแฉลบเข้าไปอย่างสวยงาม

   ถัดมานาทีที่ 59 ประตูที่ 4 ของ อาร์เซนอล ก็ตามมาติดๆ จากจังหวะที่ มคิทาร์ยาน ลากบอลจากกลางสนามก่อนจะแทงให้ โอบาเมย็อง หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแตะหลบ โบรุค ก่อนจะยิงด้วยขวาเข้าไปเป็นประตู 4-1

   และในนาทีที่ 78 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลงจากฟรีคิกหน้าหัวกระโหลกเยื้องมาทางฝั่งซ้ายเล็กน้อย ลากาแซตต์ ปั่นด้วยขวา บอลข้ามกำแพงมดเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อาร์เซนอล นำห่าง 5-1

   จบเกม ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเอาชนะ บอร์นมัธ ไป 5-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ยึดที่ 4 ของตารางอย่างเหนียวแน่น

 

 

 

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0 ทวงคืนจ่าฝูง

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0 ทวงคืนจ่าฝูง

   ครึ่งโหล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านไล่ยำใหญ่ใส่ สิงห์ไฮโซ เชลซี 6-0 ซึ่เกมนี้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังสามารถทำแฮททริคช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บ 3 แต้มสำคัญทวงคืนจ่าฝูงจาก หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยมีแต้มเท่ากันแต่ลูกได้เสียดีกว่า ส่วน เชลซี หล่นมาอยู่ที่ 6

ครึ่งโหล กุนแฮททริค ซิตี้ ยำเละ สิงห์ 6-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ สิงห์ไฮโซ เชลซี ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562

   แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงฟอร์มกำลังร้อนแรง 7 นัดหลังสุดในลีกพวกเขาเอาชนะคู่แข่งไปถึง 6 เกม ล่าสุดเพิ่งบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ส่วน เชลซี ฟอร์มช่วงหลังลุ่มๆดอนๆ 3 นัดหลังสุดในลีกแพ้ไปถึง 2 เกมและชนะเพียงเกมเดียวเท่านั้น

   เริ่มเกม ซิตี้ บุกจากซ้ายไปขวา และได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 4 จากฟรีคิก เดอ บรอยน์ เล่นเร็วโดยการจ่ายเข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้ว แบร์นาร์โด้ วิ่งมาเอาบอลก่อนจะเปิดไปเสาไกลให้ สเตอร์ลิ่ง วิ่งมายิงด้วยขวาเป็นประตู เจ้าถิ่นนำก่อน 1-0

   นาทีที่ 13 เรือมาได้ประตูขึ้นนำ 2-0 เมื่อ ซินเชนโก้ ลากบอลจากซ้ายตัดเข้ากลางแล้วให้ไปที่ อเกวโร่ จับบอลแล้วแต่งก่อนจะซัดด้วยขวา บอลโค้งแฉลบปลายมือ เกป้า เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย

   พอได้ประตูที่สอง ซิตี้ ก็ได้ใจใหญ่ มาบวกประตูที่ 3 เพิ่มได้ในอีก 6 นาทีถัดมา จากจังหวะบอลโยนจากซ้ายเข้ากลางแล้ว ลุยซ์ สกัดออกมาแล้ว บาร์คลี่ย์ โหม่งกลับไปหน้าประตูกลายเป็นตั้งให้ อเกวโร่ จัดการวอลเลย์ด้วยซ้ายอย่างสวย เจ้าถิ่นนำห่าง 3-0

   เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 25 ประตูที่ 4 ของ ซิตี้ ก็ตามมาติดๆ เมื่อ สเตอร์ลิ่ง ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ อเกวโร่ แต่ รูดิเกอร์ มาปั๊มทำให้บอลกระดอนมาแถวหัวกระโหลก กุนโดกัน จัดการซัดด้วยขวา บอลโค้งเสียบเสาสองเข้าไปเป็นประตู 4-0

   จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดชุดใหญ่ใส่ เชลซี แบบไม่ไว้หน้า 4-0

   ครึ่งหลังเกมของทางฝั่งทีมเยือนยังไม่มีอะไรดีขึ้นนัก และสุดท้ายก็ต้องมาเสียประตูที่ 5 ให้กับ เรือใบสีฟ้า จนได้ในนาทีที่ 56 เป็น สเตอร์ลิ่ง กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วโดน อัซปิลิกวยต้า เตะร่วงลงไป กรรมการจึงเป๋าให้เป็นจุดโทษของเจ้าถิ่นทันทีแล้วก็เป็น อเกวโร่ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 5-0

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 ซิตี้ มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ ซิลบา จ่ายเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ชินเชนโก้ ไหลต่อไปหน้าประตูที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงจ่อๆหน้ากรอบ 6 หลาเป็นประตู 6-0

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ เชลซี ไป 6-0

 

 

 

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ พรีวิว อาร์เซน่อล พบ เชลซี

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ พรีวิว อาร์เซน่อล พบ เชลซี

   พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2018/19 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านพบกับ สิงห์บลู เชลซี ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในคืนวันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 00.30 น. ดูบอลสด

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

18/08/18 เชลซี 3-2 อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก

02/08/18 อาร์เซน่อล 1-1 เชลซี (กลาง) ไอซีซี 2018

25/01/18 อาร์เซน่อล 2-1 เชลซี ลีก คัพ

11/01/18 อาร์เซน่อล 2-2 เชลซี ลีก คัพ

04/01/18 อาร์เซน่อล 2-2 เชลซี พรีเมียร์ลัก

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ความพร้อมของ อาร์เซน่อล และ เชลซี

อาร์เซน่อล

   เจ้าถิ่น อาร์เซน่อล ผลงานช่วงหลังดูจะยังไม่เข้าที่เข้าทางเหมือนช่วงแรก เพราะ 8 นัดหลังสุดพวกเขาแพ้ไปถึง 4 นัดด้วยกัน ล่าสุดเพิ่งพ่ายให้กับ เวสต์แฮม มา 0-1

   อูไน เอเมรี่ กุนซือ ปืนใหญ่ ขาด ร็อบ โฮลดิ้ง และ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่มีอาการบาดเจ็บต้องพักรักษาตัวยาว ส่วน เฮนริค มคิทาร์ยาน แม้จะกลับมาคืนสนามได้แล้วแต่ต้องเช็คสภาพร่างกายอีกครั้ง

   ในขณะที่เมซุต โอซิลที่ช่วงหลังไม่ค่อยได้เห็นเจ้าตัวในสนามมากนักยังไม่แน่ว่าจะได้ลงนัดนี้หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่า ปืนยังคงให้หน้าเป้าเป็น ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง เช่นเดิม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : แบร์นด์ เลโน่, ชโคดราน มุสตาฟี่, โซคราติส ปาปัสทาโธปูลอส, นาโช่ มอนเรอัล, เอ็คตอร์ เบเยริน, ลูกัส ตอร์เรยร่า, กรานิต ชาคา, เซอัด โคลาซินัช, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซ์ อิโวบี้, ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง

เชลซี

   ทางด้าน เชลซี ล่าสุดพวกเขาเพิ่งจะเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 2-1 เก็บ 3 แต้มเต็มรั้งตำแหน่งท็อปโฟร์ได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนขาดเพียง รูเบน ลอฟตัส-ชีค รายเดียวเท่านั้นที่ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณแผ่นหลัง ส่วนขุมกำลังอื่นๆยังอยู่กันครบ

   อีกหนึ่งรายที่ไม่น่าจะได้ลงสนามก็คือ อัลบาโร่ โมราต้า ที่กำลังตกเป็นข่าวเตรียมย้ายทีมอยู่ในขณะนี้ ทำให้ เอแด็น อาซาร์ ต้องรับหน้าที่กองหน้าที่กองหน้าตัวเป้าต่อไป ส่วน ในรายของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อยก็ไม่น่าจะส่งผลกับการลงสนามมากนัก

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เปโดร โรดริเกซ, เอแด็น อาซาร์, วิลเลี่ยน

 

 

ดราม่าสุดๆ แดงปลิวว่อน บาเยิร์น เจ๊า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 3-3 ซิวแชมป์กลุ่ม

ดราม่าสุดๆ แดงปลิวว่อน บาเยิร์น เจ๊า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 3-3 ซิวแชมป์กลุ่ม

   ดราม่าสุดๆ สำหรับเกมที่ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม เปิดบ้านเสมอกับ บาเยิร์น มิวนิค 3-3 เกมนี้ค่อนข้างเดือดเพราะเจอแดงกันไปทีมละฝั่งและโดนกันไปฝั่งละจุดโทษ โดย บาเยิร์น เป็นฝ่ายที่บุกนำก่อน แต่สุดท้ายเสมอกันไป 3-3 กอดคอกันเข้ารอบน็อคเอาท์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยที่ เสือใต้ เป็นฝ่ายซิวแชมป์กลุ่มอีไปครอง

ดราม่าสุดๆ บาเยิร์น เจ๊า อาแจ็กซ์ 3-3 

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เปิดบ้านต้อนรับ บาเยิร์น มิวนิค ที่สนาม โยฮันครัฟฟ์ อารีน่า เมื่อวันพุธที่ 12 ธันวาคม 2561 ซึ่งในเกมนี้เป็นการชิงแชมป์กลุ่ม เพราะทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์แชมเปี้ยนส์ลีกไปเรียบร้อยแล้ว

   ก่อนการแข่ง อาแจ็กซ์ มีคะแนนตามหลัง บาเยิร์น อยู่ 2 แต้ม ดังนั้นหากพวกเขาต้องการจะเป็นแชมป์กลุ่มจะต้องเอาชนะ บาเยิร์น ในเกมนี้ให้ได้

   เริ่มเกม ประตูแรกเป็นของทีมเยือน บาเยิร์น มิวนิค ที่ออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 13 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เล่นกันสั้นๆ แล้วจังหวะสุดท้ายเป็น กนาบรี้ ที่แทงบอลไปให้ เลวานดอฟสกี้ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา แล้วจัดการยิงสวนตัวนายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไป บาเยิร์น นำ 1-0

   หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง เจ้าถิ่นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามจะบุกเพื่อหวังจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ และก็มีโอกาสเรื่อยๆ นาที 26 เนเรส ได้บอลทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ ฟาน เดอ บีค โหม่งเน้นๆ แต่บอลไปตรงตัว นอยเออร์

   เกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันสนุกและมีโอกาสทำประตูกันหลายครั้ง แต่เป็น บาเยิร์น ที่เป็นฝ่ายได้ประตูนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง อาแจ็กซ์ ยังคงพยายามจะเอาประตูตีเสมอและในที่สุดก็มาสำเร็จในนาทีที่ 61 ซิเย็ค ให้บอลไปที่ ฟาน เดอ บีค พาบอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งขวาก่อนจะผ่านไปเสาไกลให้ ทาดิช แปเข้าประตูไป เจ้าถิ่นไล่เจ๊า 1-1

   หลังจากที่ตามตีเสมอได้ งานก็เข้า อาแจ็กซ์ ทันที เมื่อในนาทีที่ 67 ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ โวเบอร์ ไปทำฟาวหนักใส่ โกเร็ตซ์ก้า ผู้ตัดสินตัดสินใจควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

   แต่เล่นไปเล่นมา หลังจากที่ บาเยิร์น เป็นฝ่ายได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นอยู่ประมาณไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ฝั่ง บาเยิร์น เองก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนเท่ากัน เมื่อในนาทีที่ 75 มุลเลอร์ ที่กะจะเล่นบอลแต่ดันกลายเป็นไปหวดใส่หัว ทาเกลียฟิโก้ เต็มๆ ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบแดงทันทีเช่นกัน ในขณะที่ ทาเกลียฟิโก้ ต้องให้แพทย์ดูอาการ

   ถัดมานาทีที่ 82 เป็น อาแจ็กซ์ ที่ได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากลูกจุดโทษ เมื่อ บัวเต็ง ไปเข้าพรวดใส่ ดอลเบิร์ก ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ และเป็น ทาดิช ที่จัดการเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 2-1

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 5 นาที เป็น บาเยิร์น ที่มาได้จุดโทษบ้างจากจังหวะที่ ธิอาโก้ โดน ทาเกลียฟิโก้ ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ สุดท้ายเป็น เลวานดอฟสกี้ ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือเช่นกัน เสือใต้ ตีเสมอ 2-2

   นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ บาเยิร์น มาได้ประตูแซงนำ 3-2 ธิอาโก้ จ่ายบอลไปกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โกมัน ปั่นด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงาม แซงนำท้ายเกม 3-2

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์นี้ แต่ไปๆมาๆ ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 5 หลังจากที่เจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนัก ในที่สุดก็มาได้ประตูตีเสมออีกครั้งจนได้ จากจังหวะที่ ซิเย็ค ยิงบอลไปแฉลบ คิมมิช บอลหลุดไปเข้าทาง ฮุนเตลาร์ ในกรอบทางฝั่งขวา ก่อนจะปาดเข้ากลางมาให้ ทาเกลียฟิโก้ แปเข้าประตูไป เจ้าถิ่นตีเสมอ 3-3

   จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ลีก ในฐานะแชมป์กลุ่มอี ในขณะที่ อาแจกซ์ ผ่านเข้าไปในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

บาเยิร์น,อาแจกซ์,แชมเปียนส์ลีก,เสือใต้, ดูบอลสด

ลาลีกา เสปน พรีวิว บาร์เซโลน่า พบ เรอัล เบติส

ลาลีกา เสปน พรีวิว บาร์เซโลน่า พบ เรอัล เบติส

   ลาลีกา เสปน 2018/19 บาร์เซโลน่า เปิดบ้านพบ เรอัล เบติส ที่สนาม คัมป์ นู ดูบอลสด ในคืนวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 เวลา 22:15 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า

   ข่าวร้ายของ บาร์เซโลน่า คือเกมนี้จะไม่มี ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์บราซิลที่ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องพักยาวประมาณ 3 สัปดาห์

   เช่นเดียวกันกับ โธมัส แฟร์มาเล่น กองหลัง และ เซร์จี้ ซามเปร์ กองกลางดาวรุ่ง ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ส่วน อุสมาน เดมเบเล่ ปีกชาวฝรั่งเศสมีปัญหากระเพราะอักเสบ

   แต่ข่าวดีคือจะได้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ และ ซามูแอล อุมติตี้ กองหลังชาวฝรั่งเศสกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์ค-อังเดร แตร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลมงต์ ล็องก์เล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตูร์, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, มัลคอม

เรอัล เบติส

   ทางด้าน เรอัล เบติส เกมนี้ขาดวิงแบ็กฝั่งขวา ฟรานซิส เกร์เรโร่ เนื่องจากอาการเจ็บกล้ามเนื้อ และ ฆาบี การ์เซีย มิดฟิลด์ตัวรับที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอยู่ก่อนแล้ว แต่ขาวดีคือ กีเก้ เซเตียง กุนซือเรอัล เบติส จะได้ รียาด บูเดบูซ ดาวเตะแอลจีเรียกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เปา โลเปซ, อิสซ่า มานดี้, มาร์ค บาร์ตร้า, ซิดเนย, อันโตนิโอ บาร์รากัน, อันเดรส กวาร์ดาโด้, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, จูเนียร์ ฟีร์โป, เซร์คิโอ กานาเลส, โลเรน โมรอน, โจวานี่ โล เซลโซ่

ลาลีกา เสปน วิเคราะห์บอล บาร์เซโลน่า พบ เรอัล เบติส

   ทีมเจ้าบุญทุ่ม แห่ง ลา ลีกา บาร์เซโลน่า เพพิ่งจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฤดูกาลนี้เป็นทีมแรก หลังจากที่บุกไปเสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 1-1 ส่วนในเกมลีกเพิ่งจะเอาชนะราโย่ 3-2 ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเช่นเดิม

   ในขณะที่ เรอัล เบตีส ผลงานในลีกไม่ค่อยดีเท่าที่ควรหลังจากที่ 4 นัดหลังสุด ลูกทีมของกุนซือ กีเก้ เซเตียน เก็บไปได้เพียงแต้มเดียว หล่นลงมาอยู่อันดับที่ 15 ของตาราง แต่ผลงานในถ้วย ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ฟอร์มค่อนข้างดี เกมล่าสุดเสมอกับ เอซี มิลาน 1-1 โอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ค่อนข้างสูง

   เจ้าถิ่น บาร์ซ่า ได้ ลิโอเนล เมสซี่ กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง แน่นอนว่าเกมรุกจะอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งเกมนี้ยังเล่นในบ้านของ บาร์เซโลน่า อีกด้วย ถ้าเจ้าถิ่นไม่พลาดเอง ยากมากที่ เรอัล เบติส จะมาเอาแต้มในถิ่น คัมป์ นู กลับไปได้

 

 

 

มุ้ย เปลี่ยนลงเร็ว แต่ ซานเฟรซเซ่ โดน คาชิว่า เรย์โซล อัดยับ 3-0

มุ้ย เปลี่ยนลงเร็ว แต่ ซานเฟรซเซ่ โดน คาชิว่า เรย์โซล อัดยับ 3-0

   มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามตั้งแต่นาทีที่ 36 หลังจากที่ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า โดนนำห่าง 3-0 ตั้งแต่ก่อนที่ ธีรศิลป์ จะลงสนาม สุดท้ายแม้ ซานเฟรซเซ่ จะพยายามอย่างไรก็ไล่ไม่ทัน เป็นฝ่ายปราชัยให้กับ คาชิว่า เรย์โซล ไปในที่สุด

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล เจลีก 1 ประเทศญี่ปุ่น ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า รองจ่าฝูงของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก คาชิว่า เรย์โซล ทีมรองบ๊วยอันดับ 17 ที่สนาม เอดิออน สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561

   ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ผลงาน 3 เกมหลังสุดทำได้แค่แต้มเดียว เกมนี้กุนซือ ฮิโรชิ โจฟุกุ วาง ปาทริค ยืนคู่ มาซาโตะ คูโดะ ส่วน เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในนัดที่แล้ว เกมนี้กลับมาเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม

   ส่วนทางด้าน คาชิว่า เรย์โซล 4 เกมหลังสุดก็แย่ไม่ต่างกัน เพราะเก็บไปได้แค่แต้มเดียว เกมนี้กุนซือ เคนตะ โนโซมุ คโตะ วางเกมรุกเป็น ยูซูเกะ เซกาวะ กับ โคลุนต้า

มุ้ย ถูกเปลี่ยลงเร็ว หลัง ซานเฟรซเซ่ โดนนำ 3-0

   เริ่มเกมมาก็ดูเหมือนว่าเจ้าถิ่นจะประสบกับปัญหาใหญ่ เมื่อเกมนี้มีเรื่องแรงลมที่ค่อนข้างแรง ดังนั้น คาชิว่า เรย์โซล ที่เสี่ยงทายชนะเลือกแดนฝังตามลม จึงอาศัยความได้เปรียบนี้บุกทำเกมจน ซานเฟรซเซ่ ที่ต้องเล่นทวนกระแสลมบุกไม่ขึ้นจำเป็นต้องเล่นเกมตั้งรับอย่างเดียว

   ซานเฟรซเซ่ เล่นเกมตั้งรับมาอย่างเหนียวแน่นมาจนกระทั่งนาทีที่ 23 ซองก็แตกจนได้ เมื่อทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่เปิดเข้ามาหน้าปากประตู ทาคุโตะ ฮายาชิ นายทวารชกบอลมาเข้าทางปืน จุนยะ อิโตะ ยิงสวนด้วยซ้ายทันที คาชิว่า เรย์โซล นำ 1-0

   จากนั้นถัดมาอีกเพียง 5 นาทีสกอร์ไหลไปเป็น 2-0 จากจังหวะพลาดของกองหลังเจ้าถิ่นที่เคลียร์สกัดบอลไม่ขาดไปเข้าทาง จุนยะ อิโตะ คนเดิม จัดการเอาบอลลงก่อนหนึ่งจังหวะแล้วตัดสินใจปั่นด้วยขวาบอลพุ่งตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

   หลังจากที่ตามหลังถึง 2 ประตู สถานการณ์ของเจ้าถิ่นก็ดูเหมือนจะเลวร้ายลงไปอีก เมื่อในนาทีที่ 35 ต้องมาเสียเพิ่มอีก 1 ประตูจากจังหวะที่ คริสเตียโน่ จ่ายบอลให้ โอลุนก้า กระชากบอลเข้าไปก่อนจะซัดด้วยซ้ายไปทางเสาไกลเรียบร้อยเป็นประตู คาชิว่า นำห่าง 3-0

   หลังจากเสียประตูที่ 3 ซานเฟรซเซ่ ก็ดูเหมือนจะอยู่ไม่ได้แล้ว กุนซือ ฮิโรชิ โจฟุกุ ตัดสินใจแก้เกมเร็วทันทีโดยการส่ง ธีรศิลป์ แดงดา ลงสนามมาแทน มาซาโตะ คูโดะ

   ครึ่งหลัง ซานเฟรซเซ่ เป็นฝ่ายได้เปรียบเรื่องกระแสลมบ้าง แต่ดันกลายเป็นว่าเล่นกันได้ไม่ดีเท่าไร การต่อบอลยังติดๆขัดๆหลายจังหวะ พอมีโอกาสจบสกอร์ก็ยังไม่คมพอ หลายจังหวะพลาดอย่างไม่น่าพลาด ทำให้แม้จะได้เปรียบเรื่องแรงลมก็ไม่ได้ช่วยอะไร

   สุดท้ายจบเกม คาชิว่า เรย์โซล เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ ซานเฟรซเซ่ ไป 3-0 เก็บ 3 แต้มสำคัญกลับบ้านได้ในที่สุด

 

ราชัน เรอัล มาดริด เจอ เซบียา จัดหนัก พ่ายไป 0-3 ซิลวาเบิ้ล!!

ราชัน เรอัล มาดริด เจอ เซบียา จัดหนัก พ่ายไป 0-3 ซิลวาเบิ้ล!!

   ราชัน เรอัล มาดริด เจอจัดชุดใหญ่โดน เซบียา เปิดบ้านรัวยิง 3 ประตูรวด ทำให้ ราชันชุดขาว พ่ายเป็นนัดแรกในลีกฤดูกาลนี้รั้งที่ 2 ของตาราง ขณะที่ เซบียา ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตารางลาลีกา

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน เซบียา เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ที่สนาม ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน ดูบอลสด ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561

   เซบียา ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง เกมนี้ส่ง เบน เยเดอร์ ยืนหน้าคู่กับ อันเดร ซิลวา ประสานงานกับ อาราน่า กับ นาบา แดนกลางเป็น บาเนก้า, วาซเกซ และ ซาราเบีย

   ส่วนทางด้าน มาดริด เกมนี้จัดหนักจัดเต็มทั้ง คูร์กตัวส์ ลงเฝ้าเสา แผงหลังเป็น มาร์เซโล่, รามอส, วาราน และนาโช่ แดนกลาง โมดริช, โครส และคาเซมิโร่ สามประสานแนวรุกจัดมาทั้ง เบนเซม่า,อเซนซิโอ้ และ แกเร็ธ เบล

ราชัน เรอัล มาดริด เจอจัดไป 3 ตุง พ่าย เซบียา ไป 0-3

   เริ่มเกม เป็น เซบียา ที่ได้โอกาสทักทายก่อน ซาราเบีย เปิดบอลยาวเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ ซิลวา ยิงตามน้ำบอลไปติดเซฟ คูร์กตัวส์ ออกหลังไป

   นาทีที่ 16 โอกาสอีกครั้งของ เซบียา เมื่อ วาซเกซ ตักบอลให้ เบน เยเดอร์ ในกรอบเขตโทษก่อนจะล็อคเข้าขวาแล้วกดเน้นๆข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้นหลังจากบุกใส่ราชันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจในที่สุดเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ จากจังหวะที่ มาร์เซโล่ จ่ายบอลพลาดทำให้ ซาราเบีย ก่อนจะแทงไปให้ นาบาส กระชากบอลต่อเข้าไปในกรอบฝั่งขวาแล้วส่งต่อให้ ซิลวา แปเสียบเสาแรกเข้าไปเป็นประตู เซบียานำก่อน 1-0

   ถัดมานาทีที่ 21 เซบียา มาได้ประตูที่ 2 เพิ่ม จากจังหวะสวนกลับที่ นาบาส ลากบอลจากกลางสนามเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษของ มาดริด บอลติดเซฟ คูร์กตัวส์ กระดอนมาเข้าทาง ซิลวา ซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย เซบียานำ 2-0

   ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำเป็น 3-0 จากลูกยิงของ เบน เยเดอร์ ที่ยิงสวนตัว คูร์กตัวส์ เข้าไปเป็นประตูที่สามให้กับ เซบียา ในเกมนี้

   ครึ่งหลังนาทีที่ 53 มาดริด สามารถส่งบอลเข้าไปกองในประตูของ เซบียา ได้แล้ว แต่ไม่ได้ประตู เพราะเมื่อผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วจังหวะนี้ล้ำหน้าไปก่อน

   นาทีที่ 61 มาดริด พยายามจะบุกเพื่อเอาประตูตีไข่แตกให้ได้ จังหวะนี้เป็น อเซนซิโอ้ โยนบอลจากกลางสนามไปให้ เบล กระชากเข้าไปยิง แต่น่าเสียดาย บอลไปติดปลายมือของ วัชลิค

   เวลาที่เหลือ มาดริด พยายามจะบุกเพื่อหวังทวงประตูคืน แต่ เซบียา วันนี้มาดีจริงๆ สุดท้ายจบเกม เซบียา เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล มาดริด ขาดรอย 3-0